Blog,  TRAVEL

Incredible INDIA 1

Incredible India
อินเดียเป็นประเทศที่อยากไปมานานแล้ว อยู่ในลิสต์ที่ต้องเห็นอ่านะ
พอบอกคนรอบตัวเกือบทุกคนก็จะ … จะดีเร้ออออ คิดดีๆ นะ
แต่มันต้องไปอะ ไม่ไปก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไงสิ

หลังจากที่พลาดทริปอียิปต์เพราะจองทัวร์ไม่ทันเราเลยเบนเข็มมาประเทศใกล้ๆ อย่างอินเดียแทน
โดยผุ้จัดการทริปนี้ก็คือคุณเมหนึ่งๆ สอง ส่วนดิฉันเป็นผู้ตามเท่านั้น อิๆ
นางก็แบ่งงานมาให้เราทำบ้าง แต่ส่วนมากนางก็จัดการหาข้อมูลทั้งหมดเลยนั่นแหละ

แต่บอกเลยว่าแค่จองตั๋วก็เริ่มเห็นลางร้ายกันแล้ว…ฮา
มันเริ่มจากความพยายามหาราคา วันที่และเวลาที่สะดวก แต่เราดันต่างคนต่างจอง
แถมเรายังไปจองผิดวัน T_T ไอ้เมก็จองรอบแรกไม่ได้ ต้องจองจากเว็บอื่นแล้วราคาก็ขึ้นไปอีก
ก็เกือบไม่ได้ไปด้วยกัน …
เมนางก็ไฟ้ว์หาตั๋วจนได้ไปพร้อมกันได้
.
โล่งใจเปลาะเดียว
.
พอขึ้นเครื่องปุ๊บก็ แป่่วววว
เครื่องเล็กเหมือนไปเชียงราย ไม่สมราคาค่าต่อสู้เพื่อให้ได้บินไปอินเดียเลย ฮือ
แต่นั่งไม่นานเท่าไหร่ ก็ทนๆ ไป T_T
.
.

Day 1
เราเดินทางจากไทยตอนเช้ามืด มาถึงอินเดียตอนเที่ยงกว่าๆ
ช่วงเดือน กรกฎาคม เป็นช่วงหน้าร้อน..และเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปีด้วย T_T
ร้อนประมาณว่า…45 องศา (( ชั้นมาทำอะไรที่นี่ TOT))
ออกมาจากสนามบินแล้วก็เหมือนตกนรกทันที ลมร้อนพัดตีหน้าจนแบบ…โฮกก กลับบ้านดีมั้ยเรา ฮ่าๆ
แต่ทริปนี้เราจองรถและคนขับเอาไว้แล้ว วางแผนไว้ว่าจะเที่ยวแบบสบายๆ
…แต่ไม่สบายเลยจ้า
เพราะโลเคชั่นที่ต้องไปขึ้นรถอยู่ไกลสนามบินมาก ไอ้เราก็ไม่รู้ นึกว่าจะมารับที่สนามบินเลยไรงี้
พากันเดินวนๆ โทรหาคนขับก็ไม่ได้ จนกระทั่งเมไปถามหัวหน้าพนักงาน ((ลุงทรงบอส)) ซึ่งก็ถามถูกคนมาก
เพราะลุงบอสก็ให้ความช่วยเหลืออย่างดี ประทับใจ น้ำตาจะไหล ถ้าไม่ได้ลุงบอสเราสองคนจะเป็นเช่นใดเล่า
เราจองรถเพื่อไปเมืองอัคราที่ต้องเดินทางอีกหลายชั่วโมง
นี่แอบคิดอยู่นะว่าจะรอดกันหรือเปล่า ฮา
.
.
ได้ขึ้นรถแล้วก็โล่งใจหน่อย เพราะหลังจากนี้ก็นั่งรถยาวไปอีกเมืองเลย
อากาศร้อนมากๆ แอร์รถไม่ค่อยเย็น แดดก็ส่องมาข้างหลังอีก
เราขอให้คนขับจอดแวะหาไรกินหน่อย
และนี่คือร้านรับน้องใหม่…
มันเป็นเหมือนที่แวะพักรถ อะไรประมาณนั้น

อาหารมื้อแรก
มาอินเดียก็ต้องกินแกงกะหรี่อยู่แล้ววววว
เราเข้าไปร้านอาหารด้วยความกังวลใจหน่อยๆ เพราะอินเดียก็ขึ้นชื่อเรื่องต้องระวังอาหาร (นี่พกยามาเยอะเลย บอกเภสัชว่าจะมาอินเดีย คุณเภสัชก็เตรียมยาไว้ให้ชุดใหญ่) แต่มันก็เลือกไม่ได้อ่านะ ยังไงก็ต้องลอง
พนักงานแนะนำดีอยู่นะ เอาอาหารมาเสิร์ฟ สาธิตให้ดูว่ากินยังไง
และรสชาติอร่อยอยู่นะ (หรือว่าหิวก็ไม่รู้) หลังจากอาหารก็ลอง Chai Tea กัน
เชื่อเถอะว่าอากาศข้างนอก 45 องศา คนที่นี่ก็ยังซัดชาร้อนกันได้ โฮกก

มันอร่อยนะเทอ หวานๆ มันๆ หอมเครื่องเทศ
แต่มันร้อนนนน

เมืองอัครา
กว่าจะมาถึงเมืองนี้นั่งรถเกือบสี่ชั่วโมงได้เลยมั้ง ที่นี่ก็ยังร้อนสุดๆ
เรานอนมาตลอดทางก็เลยไม่ค่อยได้ดูบ้านเมืองเท่าไร พอมาถึงอัคราก็มองดูข้างทาง เห็นความไม่เป็นระเบียบก็ อืม…มาถึงอินเดียวแล้ว ฮา
ถึงโรงแรมก็นอนพักเอกเขนกกันหน่อย ต้องการแอร์แบบเย็นฉ่ำๆ เพราะข้างนอกร้อนมาก
อ้อ ที่อินเดียเนี่ยตรวจสัมภาระเข้าออกโรงแรมค่อนข้างเข้มงวด ป่้องกันการก่อการร้าย ก็โดนตรวจทุกครั้งที่เข้าโรงแรมเลย

เราพักชาร์จแบตทำไรกันแป๊บหนึ่งก็วางแผนหาไรกิน
เปิดแผนที่ดูก็พอจะมีห้าง? ร้านค้าอยู่ใกล้ๆ ระยะเดินก็เลยตกลงจะไปเช็กดูของกัน
ตอนนั่งรถมาก็เห็นบ้านเมืองคร่าวๆ แล้วนะ แต่พอเดินออกมาจากโรงแรม แม่งอย่างกับคนละโลก
ถนนสกปรก (ทำใจไว้แล้ว) ความวุ่นวายบนถนน (ก็ทำใจ) เดินร้อยหกสิบเมตรนี่หัวใจแทบหยุดเต้นทุกวินาที 555
ตอนแรกๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร เราก็ไปร้านค้าตามที่คิดไว้ เดินดูของใช้ประจำท้องถิ่น หาซื้อขนมตุนไว้กินไรงี้
เมหนึ่งๆ สองเค้าศึกษามาละว่ากินขนมอะไรบ้าง อยู่ร้านนั้นนาน แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรเลย เพราะมันไม่มีอะไรมาก ฮา
เราก็เลยหาอีกที่ เรียกตุ๊กตุ๊กจากอูเบอร์ไป ราคาไม่แรงเท่าไร กว่าจะไปถึงก็เกือบค่ำละ
ร้านใหม่นี่สะอาดหน่อย เมหนึ่งๆ สองก็ขนขนมและชากลับโรงแรม ระหว่างทางแวะกินอาหารค่ำที่ร้านอาหาร ที่ดูหรูอยู่นะ เห็นมีรีวิวเยอะ
เป็นแบบนั่งข้างสระว่ายน้ำ
ร้านนี้คือมีอาหารจีนด้วย คิดว่าทริปนี้คงได้กินอินเดียตลอดทริป เจออาหารจีนก็จัดไปก่อนไม่ได้เจอ 555
อาหารก็อร่อยอยู่นะ แต่สั่งเยอะเกินไป อิ่มมากกกก


กินเสร็จก็กลับโรงแรมไปพักผ่อนจ้า พรุ่งนี้วันลุยยยยยย!!!

DAY 2


ยังอยู่เมืองอัคราจ้า
วันนี้วันลุย ตื่นแต่เช้าตรู่เลยเพราะนัดไกด์ไว้หกโมงเช้า เพราะอากาศร้อนมากกก ออกสายกว่านี้คงมอดไหม้
วันนี้เราซื้อ 1 day tour มีไกด์พร้อมคนขับรถทัวร์เมืองอัคราครึ่งวัน
ตื่นเช้ามาอากาศก็เริ่มร้อนละ ไกด์พาไปทัชมาฮาล ไฮไลท์ของทริปนี้ ทางเข้าก็มีการตรวจเหมือนตรวจคนเข้าเมือง ที่นี่ตรวจเข้มทุกที่เลย
โชคดี (มั้ง) ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อน (ร้อนสุดๆๆๆๆ) เลยไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเท่าไร คนไม่แน่น เดินชิลๆ ถ่ายรูปได้
เรามาผ่านเข้ามาเจอประตูแรกก็ร้องว้าวววววววว กันแล้ว แบบอลังการมาก ในบล็อกนี้ไม่ได้ลงประวัติและรายละเอียดเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมนะคะ เพราะลืมหมดแล้ว 5555
ตอนฟังไกด์ก็หงึกหงักพอรู้เรื่อง แต่พอกลับมาไทยก็ลืมหมดละ 555 รายละเอียดเยอะมาก ฟังไกด์บรรยายและได้เดินไปตามไปสถานที่จริงคือดีย์มากๆๆๆ ได้ข้อมูลเพียบ (แต่ลืมแง)
ข้อดีของการมีไกด์คือถามได้ทุกอย่าง ว่ากินอะไร ที่ไหน คนท้องถิ่นทำอะไรกัน บลาๆ

เดินผ่านประตูแรกมาก็เจอกับสิ่งมหัศจรรย์ของโลก สวยมากกกกๆๆๆ แสงยามเช้าก็กำลังดี นักท่องเที่ยวไม่เยอะ ไม่ต้องเบียดถ่ายรูปเท่าไร
พวกเราก็แชะๆ กันตามประสา ไกด์ก็รูปมุมสวยอยู่ละ ก็จัดไป คือมันสวยจริงอิงอร ข้อยนอนตายตาหลับได้แล้วข้างหนึ่ง (อีกข้างจะหลับได้ต้องไปอียิปต์ก่อน)

ถ่ายด้านนอกเสร็จก็ไปข้างในต่อ ข้างในก็ไม่มีอะไรมากเพราะเป็นสุสานอ่านะ สมบัติเพชรพลอยต่างๆ อังกฤษก็ขนไปหมดละ

ถ่ายรูปเก็บไว้ ขึ้นสุสานต้องใส่ถุงหุ้มรองเท้าด้วยน้าา เดี๋ยวหินอ่อนเปื้อนนน
เห็นแบบนี้คือร้อนมาก 555

พื้นลายอุ้งมือแมว น่ารักก

ซุ้มประตูแบบหอยเชลล์

ตรงระเบียง
ตรงนี้น่าจะเป็นที่พักของพวกช่าง โดยจะกั้นห้องด้วยพรม

พอเที่ยวทัชมาฮาลเสร็จแล้วก็ขอไกด์กลับโรงแรมก่อน ไปกินอาหารเช้า เพราะบุพเฟต์อาหารเช้าที่โรงแรมยังเปิดอยู่

หลังจากอาหารเช้าแล้วไกด์ก็พาไปเชือด ล้อเล่น พาไปช้อบปิ้งที่พวกร้านขายของฝาก
นี่ก็เป็นหมูโดนเชือดง่ายๆ เสียหายไปเยอะเหมือนกัน 55555 อารมณ์แบบมาแล้วก็ซื้อไปเถอะ
สุดท้ายไปเห็นของแบบเดียวกันเป๊ะที่สนามบินแถมถูกกว่าประมาณสามสี่เท่า 555 เอาเถอะ เราเป็นนักท่องเที่ยววว

หลังจากเสียเงินกันแล้วก็ไปอีกสุสาน ซึ่งเป็นต้นแบบของทัชมาฮาล ตรงนี้คนเรียกกันว่า เบบี้ทัช เพราะจะเล็กกว่า
เป็นสุสานของราชวงศ์นี้ ส่วนตัวแล้วชอบ เบบี้ทัช นะ ดูน่ารัก
ที่นี่สร้างก่อนทัชมาฮาล พวกงานฝีมือก็จะไม่ค่อยเนี๊ยบเท่า แต่เราชอบพวกงานวาดเก่าๆ ที่ยังไม่เนี้ยบ มันดูน่ารัก ดูตรงไปตรงมาดี

อันนี้เป็นศาลาตรงแม่น้ำ ที่เบบี้ทัช ไม่ค่อยมีคนมาเท่าไหร่
เจอนักท่องเที่ยวคนอินเดียอยู่กลุ่มหนึ่ง เค้าก็มาขอถ่ายรูป
ที่อินเดีย คนอินเดียจะขอถ่ายรูปกับคนต่างชาติอยู่บ่อยๆ ใครไปก็เตรียมตัวเป็นดาราไปรวมกล้องด้วยนะจ๊ะ
(พี่สาวแอบบอกมาว่า บางทีพวกผู้ชายอินเดียก็ชอบมาถ่ายแล้วเอาไปอวดเพื่อนว่าได้นอนกับนักท่องเที่ยวคนนี้ แบบอี๋มากก…ใครไปก็ระวังตัวหน่อยนะ แต่ส่วนมากเราก็ถ่ายกับผู้หญิงและแนวคนที่มาเป็นครอบครัวกันมากกว่า ไม่ถ่ายกับผู้ชายเด็ดขาด)

จากเบบี้ทัชแล้วก็ไปป้อมอัรคา ซึ่งเป็นที่ประทับของเหล่าราชวงศ์
ตรงนี้ตอนแรกไกด์อิดออกไม่อยากพาไปบอกไม่มีอะไร แต่ก็ตื้อไปจนได้
โหยย ไม่มีอะไรบ้านแกสิ!! มันก็อลังอยู่นะ ตรงนี้เสียดายตอนที่เข้ามาถ่ายในกล้องใหญ่แล้วเมมโมรี่เสียยยยย แทบไม่มีภาพที่ป้อมเลย ฮือ
จากป้อมก็เห็นทัชมาฮาลอยู่ไกลๆ จากตำนานที่เล่าๆ กันก็คือจักรพรรดิสร้างให้พระมเหสีผู้เป็นที่รัก เหมือนไอคอนของความรัก ความคลั่งรัก
แต่แบบเรื่องจริงคือ แต่งงานสิบแปดปีลูกสิบสี่คน คือผู้หญิงท้องแล้วคลอดๆๆๆ แทบไม่พัก มันก็คือจะคลั่งเกินนน
สุดท้ายโดนลูกชายทำรัฐประหารและจองจำไว้ที่ป้อมนี้เพราะใช้เงินสร้างเยอะเกิน ตอนแรกมีโปรเจ็กต์ทัชมาฮาลสีดำอีกฝั่งหนึ่ง แต่โดนจับก่อน

ในวังก็อลังการอยู่นะ มีรอยแทะเพชรพลอยเต็มไปหมด ถ้าไม่โดนแกะนี่จะอลังกว่านี้แน่
แอบเคืองไกด์อยู่เด้อ บอกไม่มีอะไรๆ ฮึ…แล้วยังมีหน้ามาบอกให้รีวิวห้าดาวให้ด้วย

แล้วที่อินเดียบ้ารีวิวกันมากกกกก คือพอบริการเสร็จก็จะจี้ให้รีวิวทันที
ไอ้เราก็เหนื่อยๆ อยู่ก็บอกให้รีวิวๆ อยู่นั่นแหละ อยากจะกดให้สามดาว
แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้รีวิว บอกเนตไม่มี 555

จากป้อมก็กลับโรงแรมต่อ จบทัวร์ครึ่งวัน

เราพักตากแอร์ที่โรงแรมกันอยู่ รอค่ำๆ ค่อยไปสวนที่เคยเป็นโปรเจ็กต์ที่จะสร้างทัชมาฮาลสีดำ
ซึ่งอยู่อีกฝั่งแม่น้ำ เป็นที่ชมวิวทัชมาฮาลอีกที่หนึ่ง
ตอนไปเรียกอูเบอร์ไป คนขับที่นี่ชอบตื้อให้จ้างพวกนาง
คนขับคนนี้พยายามจะขูดรีดมาก บอกว่านางจะจอดให้แค่ทางเข้าและต้องเดินเข้าไปอีกหกร้อยเมตร ถ้าจ่ายเงินจะเข้าไปส่วนตรงทางเข้าสวนเลย
เราก็รำคาญๆ หกร้อยเมตรเดินได้เว้ยยย จบกันตรงที่จอดรถนั่นแหละ

แต่คุณเอ๊ยยยย…หกร้อยเมตรนั้น แม่งโคตรอันตรายยยยยยยยยยยย
คือเมืองอัคราเนี่ยเป็นเมืองมุสลิม ที่แบบ…แทบจะหาผู้หญิงนอกบ้านหรือตามท้องถนนไม่ได้เลย มีแต่ผู้ชายล้วนๆๆๆๆๆ
เราก็ไม่ได้แต่งตัวโป๊เปลือยอะไรกันเลยนะ แต่มันก็มองๆ จ้องๆ กันอยู่นั่นแหละ โฮกกกก
แล้วเดินไปกับเมหนึ่งๆ สองก็ไม่ได้คุยอะไรกันนะ แต่ในใจคิดเหมือนกันเลย ว่า…ถ้าพวกมันมาแล้วเราจะหนีไปทางไหนวะ มีแต่ทุ่งนา แง้
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก แค่แบบเป็นการเดินหกร้อยเมตรที่โคตรกดดัน
พอถึงทางเข้าสวนก็ค่อยหายใจได้หน่อยเพราะมีนักท่องเที่ยวฝรั่งบ้าง อะไรบ้าง

ตรงนี้ก็เป็นสวนเขียวๆ มีฐานของทัชมาฮาลสีดำอยู่แต่ไม่ได้สร้าง
วิวอีกฝั่งก็เป็นทัชมาฮาลสีขาว ตรงนี้คนจะเยอะหน่อยเพราะมาถ่ายรูปวิว เราก็ถ่ายบ้าง แต่ก็หลบมาถ่ายรูปตรงสวนอีกที
อยู่กันได้ไม่นานหรอกเพราะกลัวจะค่ำก่อน เดี๋ยวจะไม่รอดจริงๆ
พอออกมาจากสวนก็รีบโบกตุ๊กๆ กลับโรงแรมเลย เท่าไหร่ก็ยอม ไม่อิดออดดแล้วจ้า TOT

หลังจากผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญ (ที่คิดไปเอง)
ก็พากันหาของกินย้อมใจใกล้โรงแรม ไม่กล้าไปไหนไกลละ 555
ค้นหาในเนตเจอร้านบุพเฟต์อยู่ไม่ไกลก็จัดไป อาหารอร่อยอยู่นะ
อัดจนอิ่มเพราะเครียด 555

ใครมาแนะนำเป็น 1 day tour ดีกว่านะ อย่าค้างเลย นอกจากอยู่โรงแรม ดูทัชมาฮาลแล้วก็ไม่มีอะไรอีก
ออกไปไหนก็ไม่ได้ รู้สึกไม่ปลอดภัยเลย (ถึงจะไม่มีอะไรก็เถอะ ฟีลอึดอัด)

พรุ่งนี้พวกเราเก็บกระเป๋าไปชัยปุระกันต่อจ้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *